ตัวอย่าง งานติดตั้งที่ดี และ ไม่ดี
อย่าติดตั้งโซล่าเซลล์แบบนี้
- วางสายไฟเปลือยๆให้แตะกับหลังคา ทำให้สายไฟเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร
- การใช้ท่ออ่อนร้อยสายไฟ ตากแดด ตากฝน เมื่อผ่านไป 2 – 3 ปี ก็จะเริ่มกรอบและแตก น้ำก็จะเข้าข้างในได้
- การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ทั้ง 3 ด้านแบบนี้ จะทำให้ได้ประสิทธิภาพไม่เต็มที่ ยกเว้นแผงตรงกลางจะหันทิศใตแบบตรงๆเท่านั้น
- ท่อ PVC, PPR เหมาะกับการใช้งานที่ไม่โดนแสงแดด แต่ถ้าไปตากแดด ก็จะทำให้กรอบและแตกได้
- ช่างที่มีความรู้ไม่เพียงพอ ก็จะได้คุณภาพงานแบบนี้ไป
ผลงาน แบบนี้ อย่าหาทำ
- ความไม่ละเอียดของช่าง ใส่ตัวยึดไม่ครบ เมื่อวางแผ่นอื่นไปแล้วขี้เกียจถอด จึงใส่เพิ่มง่ายๆแบบนี้
- การไม่ขันตัวล็อคให้เข้าที่ ความชื้นก็จะเข้าไปที่หน้าสัมผัสได้ง่าย เพิ่มโอกาสเกิดไฟอาร์ค ทำให้ไฟไหม้ได้
- การไม่เก็บขยะ ทำให้เกิดน้ำขัง สะสมความชื้น ทำให้หลังคาผุ น้ำรั่วตามมาได้
- ช่างไม่มีคุณภาพ ราคาถูกก็จะได้งานแบบนี้เป็นของแถมไป
มูลค่าน้อยนิด แต่มีผลมหาศาล
- หลายคนจะมองข้ามอุปกรณ์ตัวนี้ เห็นเป็นเพียงแค่ข้อต่อสายไฟ โซล่าเซลล์
- จุดนี้คือ จุดสำคัญที่เสี่ยงให้เกิดไฟไหม้ เพราะถ้าข้อต่อคุณภาพต่ำ หน้าสัมผัสจะไม่แน่น เมื่อใช้ไปนานๆ เจออากาศ ร้อนสลับเย็นทุกวัน มีโอกาสหลวมได้
- ในท้องตลาด มีสินค้า หลายเกรด หลายราคา
- ใครชอบโปรโมชั่นราคาถูก ก็จะได้ของแบบนี้ แถมไป
โซล่าเซลล์ที่ดี เขาติดกันแบบนี้
- อุปกรณ์ที่ทนแดด ทนฝน ได้ดีที่สุด เช่น สแตนเลส อลูมิเนียม เหล็กชุปฮ็อตดิปกัลวาไนซ์
- รางไฟ ท่อร้อยสายไฟ จึงอยู่ใน กลุ่มวัสดุประเภท ที่กล่าวมา ข้างต้น
- จุดยึดท่อทั้งหลายต้องยึดให้แน่นหนา
- ปลายท่อทุกจุด ต้องใส่ล็อคนัท บุชชิ่งให้เรียบร้อย เพื่อบ้องกันไม่ให้สายไฟถลอก
ติดโซล่าเซลล์บ้าน ทำผลงาน ดีๆ แบบนี้ได้
การทำแบบนี้ จะทำระบบโซล่าเซลล์อยู่กับเราไปยาวนาน จนครบอายุแผ่น 25 ปี
สายกราวนด์นั้น สำคัญไฉน
- ถ้าระบบกราวนด์ไม่ดี ทางเดินไม่ต่อเนื่อง เมื่อวันที่ฝนตกฝ้าคะนอง ก็มีโอกาส ฟ้าฝ่าลงหลังคาได้
- ถ้าระบบกราวนด์ไม่ดี แผงโซล่าเซลล์ก็เสียหายได้

























